ภูมิปัญญาท้องถิ่น


ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กศน.ตำบลแม่หล่าย
๑.ชื่อภูมิปัญญา/แหล่งเรียนรู้:     “ศูนย์เรียนรู้ 1 ไร่ 1 แสน”
ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น:   “ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตตามสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ”
โทรศัพท์ : -
ข้อมูลการติดต่อ: นางสุรดา  อินยะ ม.๓ บ้านแม่หล่ายกาซ้อง ต.แม่หล่าย อ.เมือง   จ.แพร่
เนื้อหา:
ความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้ ๑ ไร่ ๑ แสน
       ”โครงการ ๑ ไร่ ๑ แสนเป็นโครงการที่ประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาลดความเหลื่อมล้ำในสังคมให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ และมีรายได้ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑-๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๔ หลังจากนางสุรดา อินยะ ได้ศึกษาดูงานโครงการต้นแบบที่บ้านหนองแต้ อ.อุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นจึงเกิดแรงบันดาลใจในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เนื่องจากมีพื้นที่ในการทำการเกษตรอยู่แล้วจึงตั้งใจทำพื้นที่ของตนแห่งนี้ให้เป็นกรณีศึกษาของจังหวัดแพร่ เพื่อให้คนที่มีความสนใจประกอบกับมีพื้นที่การเกษตรน้อย ได้เข้ามาศึกษาวิธีการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ ๑ ไร่ให้ได้ผลตอบแทน ๑ แสนบาท
กิจกรรมในศูนย์เรียนรู้ ๑ ไร่ ๑ แสน
โครงการ 1 ไร่ 1 แสน แบ่งสัดส่วนพื้นที่ในการทำการเกษตรในอัตรา ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐ ซึ่งหมายถึง
       ) ขุดสระเก็บกักน้ำทำประมงขนาดย่อม ๓๐% ประกอบด้วย
              ๑.๑ เลี้ยงหอยขม เพื่อให้ทำความสะอาดน้ำ อีกทั้งยังขายได้อีกด้วย
              ๑.๒ เลี้ยงกุ้งฝอย เพื่อให้ทำความสะอาดน้ำ
              ๑.๓ เลี้ยงปลากินพืช ปลานิล ปลายี่ซก และปลาตะเพียน
              ๑.๔ เลี้ยงปลากินเนื้อ ปลาดุก เพื่อควบคุมไม่ให้จำนวนปลากินพืชมีมากเกินไป
       ) พื้นที่ทำนา ๓๐% : ปลูกข้าวพันธุ์หอมนิลโดยใช้วิธีการโยนต้นกล้า ข้อดีการทำนาวิธีโยนต้นกล้า
เป็นนวัตกรรมการทำนาที่ป้องกันข้าววัชพืช และวัชพืชทั่วไปได้ผลดี ประหยัดเมล็ดพันธุ์โดยใช้เพียง ๓-๔กิโลกรัม/ไร่ ต้นกล้าที่โยนจะตั้งตัวได้ทันที ไม่หยุดชะงักหรือต้นกล้าเหลืองเหมือนนาปักดำ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแรง การแตกกอดีมากและเร็วกว่านาปักดำ ใช้ต้นทุนและแรงงานน้อยกว่าวิธีอื่น ในแปลงข้าวที่มีวัชพืชระบาดยังคงให้ผลผลิตสูง และมีคุณภาพมากกว่ามาตรฐาน เหมาะสำหรับการทำนา เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ หรือการทำนาข้าวอินทรีย์หรือการทำนาแบบเกษตรพอเพียงหรือเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฏีใหม่ เป็นต้น
       ) ปลูกพืชผักผลไม้ ๓๐% : ประกอบด้วย การปลูกพืชผักสวนครัว เช่น พริก กะเพรา มะนาว ตะไคร้ และผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะม่วง
     
 ) เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ ๑๐% : ประกอยด้วย การเลี้ยงไก่ หมู และกบ เพื่อให้ระบบนิเวศเกื้อกูลต่อกัน
สิ่งที่ได้รับจากศูนย์เรียนรู้ ๑ ไร่ ๑ แสน
       .เกิดความสุขกายของผู้ซื้อ สุขใจของผู้ขายที่ส่งมอบสินค้าทางการเกษตรที่ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีปลอดภัยทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ
       .เป็นอาศรมความรู้ด้านการเป็นพื้นที่ตัวอย่างถ่ายทอดองค์ความรู้การทำเกษตรทฤษฎีใหม่แก่เยาวชนรุ่นหลัง รวมทั้งผู้ที่สนใจในชุมชนและนอกชุมชน
       .ลดต้นทุนการผลิต และสร้างรายได้เสริมในการประกอบอาชีพได้

 ๒.ชื่อภูมิปัญญา/แหล่งเรียนรู้:  ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน  
ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น:   “ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตตามสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ”
โทรศัพท์ : ๐๘๖๑๘๓๕๓๒๙
ข้อมูลการติดต่อ: นายมนูญ วงศ์อรินทร์ ม.๕ บ้านเด่นเจริญ ต.แม่หล่าย อ.เมือง   จ.แพร่
เนื้อหา:
ความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน
       ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๕๑ โดยนายมนูญ วงศ์อรินทร์ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๕ ตำบลแม่หล่าย อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงานแบบครบวงจรโดยในพื้นที่ ๑ ไร่ มีการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์และนำเอาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนมาผสมผสานประยุกต์ใช้ในพื้นที่เพื่อพึ่งตนเองและหารายได้เสริมจากการนำผลผลิตไปจำหน่ายโดยเริ่มจากการลงมือปฏิบัติจริงลองผิดลองถูกจนหาทางออกในการแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองและค่อยๆพัฒนาต่อยอดจนประสบความสำเร็จจวบจนปัจจุบัน จุดเน้นที่สำคัญของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน คือ การเน้นความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน บนฐานความรู้คู่คุณธรรม โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ได้อย่างลงตัว
กิจกรรมในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน
       กิจกรรมที่ทำในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน ได้แก่ การปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารพิษ การเพาะเห็ดนางฟ้า การเลี้ยงปลาดุกบ่อตื้น การเลี้ยงมด การผลิตเตาเผาถ่าน ๒๐๐ ลิตร การทำน้ำส้มควันไม้ การทำน้ำหมักชีวภาพ การผลิตน้ำยาล้างจานชีวภาพ การเลี้ยงเป็ดและเลี้ยงไก่โรงปิด การเลี้ยงกบในขวดพลาสติก นอกจากนั้นทางศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงานยังเป็นศูนย์จัดฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง อีกด้วย
สิ่งที่ได้รับจากศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน
       สิ่งที่ได้รับจากการก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงาน คือ ความสุขของการมีสุขภาพดีจากการรับประทานสิ่งที่ปลูกด้วยวิถีอินทรีย์ มีรายได้เพิ่มขึ้นในครอบครัว และภูมิใจที่เป็นผู้ให้ความรู้กับประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ที่เข้ามาศึกษาดูงานในศูนย์เรียนรู้ฯจนทำให้ผู้อื่นสามารถมีอาชีพหรือประกอบอาชีพทางการเกษตรที่คุ้มทุนและสร้างรายได้ในระยะยาวได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ มีความภูมิใจที่ได้สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงจนไม่สามารถหาสิ่งใดเปรียบได้


 ๓.ชื่อภูมิปัญญา/แหล่งเรียนรู้:  ศูนย์เรียนรู้ศิลปะ
ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น:   “ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับศิลปะพื้นบ้าน”
โทรศัพท์ : ๐๘๓๔๓๖๙๙๘๖
ข้อมูลการติดต่อ: นางศุภวรรณ สมิทธิเดชกุล ,ครูตุ๊  ม.๒ ต.แม่หล่าย  อ.เมือง  จ.แพร่
เนื้อหา:
ที่มาของศูนย์เรียนรู้ศิลปะ
       ศูนย์เรียนรู้ศิลปะ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดย นางศุภวรรณ สมิทธิเดชกุล (ครูตุ๊) อดีตข้าราชการครู สอนคณิตศาสตร์ ปัจจุบันได้กลับมาใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ณ ชุมชนแม่หล่ายซึ่งเป็นบ้านเกิดของตน และด้วยความชื่นชอบศิลปะ และรักการวาดรูปเป็นการส่วนตัว จึงเกิดแรงบันดาลใจผสมผสานสิ่งที่ชื่นชอบกับสิ่งที่ตนถนัดมาบูรณาการร่วมกันเป็นคณิตในจินตนาการขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ศิลปะเพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในจินตนาการผ่านหลักคิดทางคณิตศาสตร์ ซึ่งสามารถนำไปประดิษฐ์เป็นการ์ด หรือภาพวาดติดฝาผนังเพื่อสร้างรายได้เสริมในครอบครัวได้ อีกทั้งเป็นกลไกในการขัดเกลาจิตใจแก่เด็กและเยาวชนชุมชนแม่หล่ายให้ห่างไกลจากสิ่งยั่วยุและอบายมุขอีกทางหนึ่งจึงก่อกำเนิดเกิดเป็นศูนย์เรียนรู้ศิลปะ ณ ชุมชนแม่หล่ายขึ้น
กิจกรรมในศูนย์เรียนรู้ศิลปะ
สำหรับเด็กเล็ก ประกอบด้วย
       1.งานสร้างสรรค์ระบายสีคณิตในจินตนาการบนกระดาษ
       2.งานสร้างสรรค์ศิลปะด้วยการนำเศษไม้มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะภาพวาดในจินตนาการ สำหรับเด็กโต ประกอบด้วย
       3.งานสร้างสรรค์ศิลปะด้วยการลอกลายไทยบนไม้และลงสีอะคริลิคตามจินตนาการ ซึ่งสามารถนำภาพมาติดฝาผนัง
       4.งานสร้างสรรค์ชิ้นผลงานคณิตในจินตนาการด้วยเส้นด้าย
สิ่งที่ได้รับจากศูนย์เรียนรู้ศิลปะ
       1.ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างสร้างสรรค์
       2.ฝึกสมาธิ ฝึกความอดทน ฝึกความละเอียดรอบคอบในการใช้ความประณีตในการผลิตผลงานศิลปะ
       3.สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวด้วยการใช้คณิตในจินตนาการประดิษฐ์เป็นการ์ด และภาพวาดติดฝา

 ๔.ชื่อภูมิปัญญา/แหล่งเรียนรู้:  ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน
ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น:   “ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตตามสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ”
โทรศัพท์ : ๐๘๑๔๖๕๓๓๒๒
ข้อมูลการติดต่อ: นายประยูร ดอกหอม  ม.๒ ต.แม่หล่าย  อ.เมือง  จ.แพร่
เนื้อหา:
ประวัติความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน
       ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ ๑ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เกิดขึ้นจากการตระหนักถึงผลกระทบของระบบการเกษตรแบบอุตสาหกรรมซึ่งก่อให้เกิดการตกค้างของสารเคมีและยาฆ่าแมลงสู่ผืนดิน ส่งผลให้ดินป่วย แข็งกระด้าง และกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรลดลง นายประยูร ดอกหอมจึงคิดพลิกฟื้นผืนดินที่ป่วย กลับมาเป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยจุลินทรีย์และแร่ธาตุอาหารดังเดิมโดยประยุกต์ใช้วิถีชีวภาพให้เป็นสวรรค์ของคนเดินดิน โดยเน้นวิถีอินทรีย์โดยใช้แนวคิดที่ว่าธรรมชาติสร้างสรรค์ตัวเองให้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงอยากเดินรอยตามพระองค์ท่านในการพัฒนาที่ดินให้กลับสู่สภาพดีในเร็วที่สุด เพื่อผลิตอาหารที่ปลอดสารพิษโดยเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมีชีวิตที่ปลอดภัย ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อเพิ่มผลการเกษตรและ เพื่อให้มีเศรษฐกิจและอาชีพที่ดีขึ้น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
กิจกรรมในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน
       .โครงการทำปุ๋ยอินทรีย์
       .โครงการทำปุ๋ยชีวภาพ
       ๓.โครงการวิเคราะห์ดินและน้ำ
       .โครงการวางแผนการใช้ที่ดิน
       .โครงการบำรุงดิน
       .โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ชุมชน
สิ่งที่ได้รับจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน
       ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่ดีขึ้น เกษตรกรมีรายได้ มีชีวิตที่ดีขึ้น สุขใจและภูมิใจที่ได้ให้ความรู้แก่ชาวบ้านที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดิน โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ

 ๕.ชื่อภูมิปัญญา/แหล่งเรียนรู้:  ศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสม
ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น:   “ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตตามสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ”
โทรศัพท์ : ๐๘๑๕๕๖๕๖๗๙
ข้อมูลการติดต่อ: นายสวิง  วุฒิ  ม.๒ ต.แม่หล่าย  อ.เมือง  จ.แพร่
เนื้อหา:
ความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสม
       ศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสม ของคุณลุงสวิง วุฒิ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาทำไร่นาสวนผสมนั้น คุณลุงเคยทำนาปีละ ๑ ครั้ง หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ที่นารกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำอะไร วันหนึ่งได้ดูรายการโทรทัศน์ เรื่องโครงการ พระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เดินตามรอยพ่อ) จึงรู้สึกสนใจเกิดเป็นแรงบันดาลใจจากแนวพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงชี้นำแนวทางแบบพอเพียง พออยู่ พอกิน มีใช้ และหลังจากนั้น ลุงสวิง วุฒิ จึงเริ่มคิดและลงมือทำโดยเริ่มจากสิ่งที่มีอยู่ในพื้นที่แล้วค่อยๆขยายกิจกรรมจนกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสมดั่งปัจจุบัน
กิจกรรมในศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสม
แบ่งพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสม เป็น ๔ ส่วน ดังนี้
       .พื้นที่สำหรับเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งน้ำไว้ใช้ในครัวเรือนและใช้ในการทำการเกษตรในพื้นที่แล้วยังใช้แหล่งน้ำนี้สำหรับการเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งฝอยด้วย หลังจากเหลือรับประทานก็นำไปขายเพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว
       .พื้นที่สำหรับการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ การเลี้ยงหมู เลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงไก่ไข่ และการเลี้ยงไก่เนื้อบนบ่อปลาโดยให้มูลไก่เป็นอาหารแก่ปลาโดยใช้วิถีอินทรีย์
       .พื้นที่สำหรับการทำนาปลูกข้าวด้วยวิถีอินทรีย์เพื่อรับประทานเอง หากเหลือจากรับประทานเองก็นำไปขายเป็นรายได้เสริม
       .พื้นที่สำหรับการปลูกพืชผักสวนครัว ส่วนใหญ่ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง ผักปัง ถั่วฝักยาว ฝักเขียว พริก กระเพรา ตะไคร้ บวบ แตงกวา แตงล้าน และปลูกไม้ผล บริเวณรอบๆบ่อน้ำ ได้แก่ กล้วย มะม่วง ขนุน พุทรา ชมพู่ มะละกอ ลางสาด ลองกอง ฝรั่ง มะพร้าว เป็นต้น
สิ่งที่ได้รับจากศูนย์เรียนรู้ไร่นาสวนผสม
       .สุขอย่างพอดี ด้วยวิถีพอเพียง : พออยู่ พอกิน พอใช้ ความสุขที่เราสร้างได้
       .วามสุขจากการเป็นเจ้านายตัวเอง และได้ออกกำลังกายจากการทำสวน ทำนา ทำไร่
       .ปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ประหยัดและปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้สารเคมี

 ๖.ชื่อภูมิปัญญา/แหล่งเรียนรู้:  ศูนย์เรียนรู้สปาเท้า
ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น:   “ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับสมุนไพรและตำรายาพื้นบ้าน”
โทรศัพท์ : ๐๘๙๘๘๒๔๓๕๖
ข้อมูลการติดต่อ: โรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบลแม่หล่าย ม.๕ ต.แม่หล่าย อ.เมือง จ.แพร่
เนื้อหา:
ความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้สปาเท้า

       การก่อตั้งศูนย์เรียนรู้สปาเท้า ก่อกำเนิดขึ้นโดยนางมยุรี กรุงศรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบลแม่หล่าย ได้สังเกตเห็นว่าผู้ป่วยที่มีอาการโรคเบาหวานส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันเท้าตนเอง เมื่อมีอาการที่ค่อนข้างหนักแล้วจึงเข้ามารับการรักษากับทางโรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบลแม่หล่าย จึงเกิดแรงบันดาลใจจัดตั้งศูนย์เรียนรู้สปาเท้าขึ้นเพื่อให้ความรู้กับชาวบ้านเกี่ยวกับการดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังสโลแกนที่ว่า ดูเท้ายิ่งกว่าหน้าเนื่องจากแผลเบาหวานที่เท้าเกิดได้หลายสาเหตุร่วมกัน การรักษาตามหลักการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพต้องขูดด้วยมีดผ่าตัดซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วย และมีค่าใช้จ่ายสูง จากข้อมูลการตรวจผู้ป่วยพบว่าในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ พบผู้ป่วยที่มี Callus จำนวน ๑๗ คนจากผู้ป่วย ๙๖ คน คิดเป็นร้อยละ๑๘ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ พบผู้ป่วย ๕๕ คนจากผู้ป่วย ๑๕๘ คน คิดเป็นร้อยละ๓๕ นางมยุรี กรุงศรี ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขในชุมชนแม่หล่ายจึงมีแนวคิดในการนำใยบวบและหินทรายแม่น้ำ (มะหินจา) ซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีมาแต่เดิมและหาได้ง่ายในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพเท้าของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานเพื่อชำระเซลล์ที่เสื่อมสภาพออกไป ถือเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองโดยประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านในการดูแลสุขภาพเท้าของผู้ป่วยเบาหวานด้วยตนเองที่หาได้ง่ายในชุมชนและไม่เสียค่าใช้จ่าย

กิจกรรมในศูนย์เรียนรู้สปาเท้า
       .มีการทำสปาเท้าโดยใช้ ใยบวบและหินทรายแม่น้ำ
       .ตรวจเบาหวานจากการสังเกตCallus บริเวณฝ่าเท้า
       .ออกไปเยี่ยมคนไข้โรคเบาหวานที่นำสปาเท้าไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพเท้าของผู้ป่วยเบาหวานด้วยตนเอง

อุปกรณ์การทำสปา
       .กะละมัง
       .โลชั่นหรือสบู่อาบน้ำ
       .ใยบวบหรือหินแม่น้ำ
       .น้ำเปล่า

ขั้นตอนวิธีการทำสปาเท้า
       .นำกะละมังใส่น้ำสะอาดประมาณครึ่งกะละมัง
       .นำเท้าทั้ง ๒ ข้าง จุ่มลงไปในน้ำที่อยู่ในกะละมัง
       .นำใยบวบหรือหินแม่น้ำมาขัดที่เท้าทั้ง ๒ ข้าง ใช้เวลาในการขัดประมาณ ๓๐ นาที
       .นำผ้าแห้งมาเช็ดเท้าทั้ง ๒ ข้าง
       .เสร็จแล้วก็นำสบู่อาบน้ำหรือโลชั่นมาทาที่เท้าจนถึงหน้าแข้งทั้ง ๒ ข้าง แล้วนวดแผนโบราณที่เท้าทั้ง ๒ ข้าง


สิ่งที่ได้รับจากศูนย์เรียนรู้สปาเท้า
       .เกิดความภาคภูมิใจ
       .นำวิธีการสปาเท้าไปดูแลตัวเองและคนในครอบครัวได้
       .ความภาคภูมิใจ
       .นำไปดูแลตัวเองและครอบครัวได้
       .ทำโดยไม่หวังผลตอบแทน

 ๗.ชื่อภูมิปัญญา/แหล่งเรียนรู้: ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นวัดแม่หล่าย
ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น:   “ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับความเชื่อและศาสนา”
โทรศัพท์ : -
ข้อมูลการติดต่อ: วัดแม่หล่าย ม.๖ ต.แม่หล่าย อ.เมือง จ.แพร่
เนื้อหา:
ความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นวัดแม่หล่าย
ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นวัดแม่หล่าย ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยการรวมกลุ่มกันของกลุ่มผู้สูงอายุที่รักษ์ในวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนบ้านเกิดของตน ร่วมกันรวบรวมบันทึกเรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นจากอดีตถึงปัจจุบันของชุมชนแม่หล่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้าน สืบทอดสืบสาน และส่งเสริมการเรียนรู้ของวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านแก่เยาวชนรุ่นหลัง เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ผนวกไว้ซึ่งข้อคิด คติธรรม ในการดำเนินชีวิตแก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบไป

กิจกรรมในศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นวัดแม่หล่าย
วัดแม่หล่าย ถือเป็นวัดเก่าแก่ของตำบลแม่หล่าย มีอายุไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ปี ที่มีทั้งประวัติศาสตร์และเรื่องราวมากมาย อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนแม่หล่าย โดยมีกิจกรรมภายในศูนย์ซึ่งผู้สูงอายุได้รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมร่วมกันหลากหลายด้าน เช่น กลุ่มทำตะแหล๋วหลวง ซึ่งตะแหล๋วหลวง นิยมใช้ในงานศพโดยมีความเชื่อว่าก่อนที่จะทำการฌาปนกิจศพ ญาติพี่น้องจะต้องลอดตะแหล๋วหลวงและนำไปเผาพร้อมกับศพเพื่อเอาสิ่งชั่วร้ายออกจากตัว และยังช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้าย ภูตผี ปีศาจ ด้วย
       นอกจากนี้ ยังมีการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในชุมชนแม่หล่ายจัดตั้งกลุ่มคุณธรรมและจริยธรรม
กลุ่มวัฒนธรรม กลุ่มพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน กลุ่มสารสนเทศ และห้องสมุด เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่คนในชุมชนแม่หล่ายอีกด้วย

วัสดุอุปกรณ์การทำตะแหล๋วหลวง
       .ไม้ไผ่สีสุก
       .มีด(ขนาดใหญ่สำหรับผ่าไม้)
       .หญ้าคา (เป็นความเชื่อของคนโบราณที่อยากให้เกิดความกลมเกลียว สามัคคี จึงนำหญ้าคามาพันเป็นเกลียว)

วิธีการทำตะแหล๋วหลวง
       .นำกระบอกไม้ไผ่มาผ่าเป็นซี่เล็กๆ
       .เหลาไม้ไผ่ให้บาง เพื่อนำมาสาน
       .สานโดยวางทับกันเป็น ๗ ชั้น มีลักษณะคล้ายรูปดาว
       .นำเชือกฟางมัดแต่ละมุมของตะแหล๋วหลวง
       .เก็บรายละเอียดให้แต่ละมุมตรงกัน และสามารถให้คนลอดได้ โดยขยายให้วงตรงกลางกว้างๆ
       .นำหญ้าคาที่พันเป็นเกลียว มาพันตะแหล๋วหลวงตกแต่ง


๘.ชื่อภูมิปัญญา/แหล่งเรียนรู้: ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสาน (โดย กลุ่มจักสานบ้านบุญเจริญ)
ประเภทภูมิปัญญาท้องถิ่น:   “ภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์กรรม”
โทรศัพท์ : -
ข้อมูลการติดต่อ: วัดบุญเจริญ ม.๘ ต.แม่หล่าย อ.เมือง จ.แพร่
เนื้อหา:
ประวัติความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสาน
       ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๓ จากการรวมตัวกันของผู้สูงอายุในชุมชนผ่านการสนับสนุนด้านงบประมาณจากเทศบาลตำบลแม่หล่าย วิทยาลัยเทคนิคแพร่ ฯลฯ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านบุญเจริญ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในชุมชนมีอาชีพเสริมเพื่อหารายได้พิเศษแบ่งเบาภาระในครอบครัว นอกจากนั้นยังเป็นเวทีให้ผู้สูงอายุได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นภูมิปัญญาที่สืบสานกันมาแต่รุ่นบรรพบุรุษเพื่อสืบสานให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานได้สืบทอดต่อไป
กิจกรรมในศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสาน
       .ตะกร้า
       .สุ่มไก่
       .ไซดักปลา
       .ชะลอมดอกบัว
       ๕.เข่งปลาทู
       .เหิง ( เอาไว้นึ่งปลาทู ) เรียกว่า ตะแครงนึ่งปลาทู
       .กระถางดอกไม้
       .ตอกมัดกล้า
สิ่งที่ได้รับจากศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจัดสาน
       ผู้สูงอายุมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ได้ใช้ต้นทุนในการลงทุนสูง อีกทั้งยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เกิดความสามัคคีกันในกลุ่ม เกิดความภูมิใจ และสุขใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานวัฒนธรรมการจักสานให้แก่ลูกหลาน












ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้